อายุกับสายตา

Last updated: Aug 26, 2019  |  98 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ

อายุกับสายตา

อายุกับสายตา เรียนรู้ว่าอายุสามารถส่งผลกระทบต่อสายตาของเราอย่างไร

คุณจะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าการปกป้องดูแลดวงตาควรได้รับความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะเมื่อลองคิดดูว่า 80% ของข้อมูลต่างๆ ที่เรารับรู้ในแต่ละวัน ได้รับผ่านทางดวงตา และคน 1 ใน 2 คน มีความทรมานจากปัญหาความผิดปกติทางสายตา

ดวงตาเรียบเสมือนหน้าต่างสู่โลกกว้าง เราแต่ละคนมีความอ่อนไหวต่อความผิดปกติทางสายตาที่พบบ่อยอย่างใดอย่างหนึ่งมาตั้งแต่เกิด และในช่วงวัยเด็กตอนต้น และแน่นอน เมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ หรือแก่ตัวลง เราก็จะต้องเผชิญกับปัญหาทางสายตาแบบอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาความผิดปกติทางสายตาเกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับรังสียูวีที่เป็นอันตราย ซึ่งสามารถทำลายดวงตาได้ มีวิธีการหลายอย่างที่สามารถแก้ไขความผิดปกติเหล่านี้ได้สำหรับแต่ละช่วงวัย เช่น การสวมแว่นสายตา หรือใช้มาตรการในการป้องกัน

ปัญหาสายตาก็เปลี่ยนไปตามวัย นี่คือปัญหาที่เราพบได้ทั่วไปบ่อยๆ ในแต่ละช่วงวัย


ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในเด็ก (อายุ 0-12 ปี)


พัฒนาการทางสายตาของเด็กจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว เด็กแรกเกิดใช้เวลาเพียง 3 วัน ก็สามารถปรับโฟกัสสายตาได้แล้ว เมื่ออายุ 6 สัปดาห์ สายตาของเด็กอาจจะยังเห็นเป็นภาพมัว แต่เด็กควรที่จะสามารถจดจำใบหน้าของพ่อแม่ได้แล้ว เด็กที่คลอดก่อนกำหนดอาจใช้เวลาในการพัฒนาสายตานานกว่าปกติเล็กน้อย แต่ก็สามารถไล่ตามทันได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งไม่มีอะไรน่ากังวล

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เด็กควรได้รับการตรวจตา เมื่ออายุ 6 เดือน เช่นเดียวกับการการไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายโดยทั่วไป การตรวจตาเป็นการทดสอบว่าเด็กสามารถมองตามวัตถุได้ และไม่เป็นตาเข แต่ถ้าหากก่อนถึงกำหนดนัดหมายตรวจตาตอนอายุ 6 เดือน การตรวจร่างกายตามปกติพบว่ามีบางอย่างที่ทำให้แพทย์สงสัยว่าอาจมีภาวะบางอย่าง แพทย์อาจจะส่งต่อให้จักษุแพทย์เด็กทำการตวจวินิจฉัยต่อไป

แนะนำว่าพ่อแม่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรปกป้องลูกจากรังสียูวีตลอดระยะเวลาที่ลูกยังเล็ก ถ้าสังเกตว่าลูกไม่แสดงความสนใจในสิ่งใหม่ๆ เช่น ของเล่นใหม่ อาจเป็นเพราะเด็กไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของสิ่งของนั้นได้ ถ้าเป็นกรณีนี้ ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์

อีกอย่างที่ควรสังเกตในช่วงวัยนี้ คือ "ตาสีแดง" ในรูปถ่าย ซึ่งหมายความว่าเด็กมีสายตาดี เพราะดวงตามีการหักเหแสงได้ปกติ อย่างไรก็ตาม หากในรูปถ่าย เห็นตาสะท้อนเป็นสีขาว อาจจะมีเหตุให้น่ากังวล และอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ภาวะที่เรียกว่าโรคตาวาว ควรรีบพาเด็กไปพบแพทย์หากสังเกตพบสิ่งที่น่าสงสัย

ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในวัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 13-39 ปี)

พัฒนาการทางสายตาของเด็กจะคงที่เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น อย่างไรก็ตาม ภาวะสายตาสั้นอาจแย่ลงเมื่อเข้าสู่ระยะเป็นหนุ่มเป็นสาว ถ้าสายตามีการเปลี่ยนแปลง ควรรีบไปตรวจสายตาเบื้องต้นก่อน หากผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยว่ามีภาวะผิดปกติทางสายตาใดๆ เช่น สายตาสั้น และให้ใส่แว่นตาแก้ไขสายตา ในกรณี้นี้ ควรไปรับการตรวจตาเป็นประจำ

วัยรุ่นควรระมัดระวังการใช้สายตาเป็นพิเศษ ควรพักสายตาบ่อยๆ จากการจ้องมองจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ และหลีกเลี่ยงรังสียูวีจากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อสายตา โดยการใส่แว่นที่มีเลนส์ป้องกันรังสียูวี เมื่อเวลาออกแดด

เมื่อเราโตขึ้น กิจกรรมของเราก็เปลี่ยนไปตามอายุ แต่เรายังคงต้องเจอกับปัญหาทางสายตาคล้ายๆ เดิมอยู่ เพียงแต่เกิดจากสาเหตุที่ต่างไป การทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน หรือทำงานอยู่กลางแจ้ง ต่างก็ส่งผลเสียต่อสายตาของเรา


ปัญหาความผิดปกติทางสายตาในวัยผู้ใหญ่ (อายุ 40-59 ปี)



แต่ละคนย่อมมีสภาพสายตาแตกต่างกันไปไม่ซ้ำกันเลย แนะนำให้ผู้ใหญ่ทุกคนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ไปตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ เพื่อตรวจหาภาวะ สายตายาวตามอายุ ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในวัยกลางคนและวัยชรา การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงตั้งครรภ์ทำให้กระจกตาเปลี่ยนไป จึงส่งผลต่อสายตาของหญิงตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้คนในวัยผู้ใหญ่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งก่อนการเล่นกีฬาบางชนิดด้วย


อายุ 60 ปีขึ้นไป


สายตายาวตามอายุ จะลดความก้าวหน้าของโรคลงเมื่ออายุมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงอายุนี้ยังมีโรคตาหลายชนิดที่อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ เช่น โรคต้อกระจก การที่สายตาได้รับแสงมากเกินไป อาจส่งผลกระทบได้ เช่น เมื่อสายตาเกิดอาการเมื่อยล้า การรับรู้สีจะแย่ลง และการมองเห็นโดยรอบก็จะลดลงด้วย



Powered by MakeWebEasy.com